เปลี่ยนวิธีการทำงาน เป็นทำงานที่บ้าน

หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มมีมาตรการให้คนไทยเริ่มหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันในสถานที่ต่างๆ และทยอยปิดสถานบริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ ห้างร้านอาหารต่างๆ ที่อาจจะเกิดแนวโน้มให้มีการเสี่ยงติดเชื้อไวรัสได้ จึงได้เกิดมาตรการรณรงค์ให้คนเริ่มทำงานที่บ้าน เพื่อจะได้ไม่ต้องออกจากบ้านมาเจอภาวะความเสี่ยงของการติดไข้ ดังนั้น กสทช. จึงได้มีการเชิญให้ตัวแทนผู้ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ต และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (บริการอินเตอร์เน็ตทางมือถือ) ทุกรายในประเทศ เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการสนับสนุนนโยบาย ของการทำงานที่บ้าน ที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ โดยมีแนวทางดังนี้คือ

  1. ขอความร่วมมือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทุกรายต้องรักษาสัญญาณคุณภาพของการให้บริการให้เป็นปกติตามที่ประชาชนได้ซื้อแพคเกจไว้ แม้จะมีประชาขนใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้นจากที่บ้านตามนโยบายก็ตาม
  2. การบำรุงรักษาระบบ ซึ่งผู้ให้บริการต้องใช้ความระวัง ไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่เริ่มหันมมาทำงานที่บ้านตามนโยบายของรัฐบาล
  3. สำหรับโครงการจัดระเบียน สื่อสารและนำสายสื่อสารลงดิน ให้มีการชะลอการดำเนินการไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตของประชาชนจากที่บ้าน
  4. ขณะที่ประชาชนได้ทำงานอยู่ที่บ้านนั้น อาจมีไลฟ์สไตล์ในการทำงานของผู้ใช้ที่ไม่เหมือนกันและแตกต่างกันไป เช่นดูหนัง ดูซี่รี่ส์ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งในจุดตรงนี้ ทางรัฐบาล ก็ขอความร่วมมือ ผู้ให้อินเตอร์เน็ตทุกรายเตรียมความพร้อมเพิ่ม capacity รองรับการใช้งานในส่วนนี้ให้เพียงพอด้วย 

ซึ่งจากการประชุมที่ออกมาหลังเสร็จสิ้นลง ทางผู้ให้บริการอินเตอร์ต่างๆ ทุกเครือข่าย ต่างมั่นใจและพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้โควิด19 นี้ให้ได้ และเชื่อว่าการให้บริการของทุกเครือข่ายนั้น จะไม่ส่งผลให้มีการทำงานของประชาชนที่ล่าช้าหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของประชาชน และเชื่อว่าการทำงานในลักษณะนี้ อาจจะเป็นแนวทางในการทำงานของประเทศไทยในอนาคต ที่หลังจากหมดภาวะวิกฤติไข้ไว้รัสนี้แล้ว

อาจจะทำให้การทำงานที่บ้านของประชาชนเป็นที่นิยมมากขึ้น และยังช่วยเรื่องของการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการบริหารงาน ร่วมไปถึงช่วยแก้ไขรถติด เพราะคนจะเริ่มทำงานที่บ้านและไม่ต้องเดินทางแต่เช้าและมีปัญหาแออัดในช่วงของพีคไทม์ ซึ่งดูแล้วว่าจะทำให้อนาคต เทรนด์การทำงานที่บ้านจะเป็นที่นิยม เหมือนที่ทั่วโลกกำลังรณณรงค์ให้มีการทำเช่นนี้อยู่ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง วิกฤติที่เกิดขึ้นนี้อาจจะเป็นโอกาสให้เราได้ทดลองการใช้งานและทำงานจากที่บ้านนี้จริงๆ

 

ธุรกิจที่สร้างยากแต่ถ้าเรานั้นสร้างได้นั้นจะยั่งยืนสุดๆ

 

ธุรกิจใครก็สร้างได้แต่สร้างให้ยังยื่น   นั้นดูเหมือนจะง่าย เพราะว่าถ้าเรานั้นมีเป้าหมายที่ใหญ่แต่ว่าเงินลงทุนนั้นเพียงเล็กน้อยยิ่งเป็นไปได้ยาก  ซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาสร้างธุรกิจที่สร้างรายได้ให้โตในระยะเวลาอันสั้นให้เรานั้นลองมาศึกษาดู  

 

ธุรกิจแฟรนไซส์   การสร้างธุรกิจแฟรนไซส์คือการสร้างต้นแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้นคือว่าเรานั้นต้องไปแย่งลูกค้ากับคนที่ทำแฟรนไซส์ที่เหมือนกันเพราะว่าเรานั้นต้องมาแย่งลูกค้าและรวมไปถึงการที่เรานั้นต้องนึกถึงในอนาคตที่ต้องมีแฟรนไซส์นั้นเพิ่มมากขึ้นอีก  ไม่ว่าอย่างไรก็ตามข้อดีจริงของการที่เรานั้นซื้อแฟรนไซส์นั้นคือการที่เรานั้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจแบบแผน รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ แต่ว่าในการที่เรานั้นเลือกกำไรอันนี้ต้องขึ้นอยู่กับการที่เรานั้นต้องเลือกที่ตั้งทำเลของธุรกิจ และการที่เรานั้นต้องแข่งขัน  นั้นล้วนแต่เป็นการที่เรานั้นต้องมาตัดสินใจในการที่เรานั้นเลือกที่จะชายแฟรนไซส์

 

ธุรกิจตัวแทนจำหน่าย  อันนี้ในยุคนี้นั้นต้องหนีไม่พ้นเรื่องของการที่เรานั้นเป็นตัวแทนการจำหน่ายสินค้าเพราะว่าด้วยที่เรานั้นมีโลกที่กว้างนั้นขึ้นหรือว่าสื่อโฆษณายุคนี้  ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นดารา เพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังมีพรีตตี๊ เน็ตไอดอล หรือว่าจะเป็นนักร้องแบบว่าสมัคเล่นนั้น ที่เรานั้นเรียกว่า you หมายถึงคนที่มีอิทธิพลในยุคของดิจิตอลนั้นมากที่สุด  คือ คุณ นั่นเอง นั่นก็หมายความว่าเป็นคนธรรมดาที่อาจจะกลายมาเป็นซุปตาร์ได้ และส่วนที่เป็นซุปตาร์นั้นก็สามารถที่จะกลายมาเป็นคนธรรมดาได้เช่นกัน ดังนั้นเป็นเรื่องที่ไม่หน้าที่จะแปลกที่เดี่ยวนี้นั้นคนส่วนใหญ่ที่เขานั้นจะมีความที่ประสบความสำเร็จจากสื่อออนไลน์กันอย่างมากและก็ได้หันมาที่จะเป็นตัวแทนการจำหน่ายสินค้าโดยที่เอาตัวเองนั้นมาเป็นพรีเซนเตอร์ซึ่งจะสร้างความเชื่อถือนั้นให้มากขึ้น

สุดท้ายการเป็นตัวแทนจำหน่ายหากว่าเรานั้นเป็นตัวแทนนั้นเราเจ้าของแบรนด์นั้นรักเราเหมือนกับการที่เป็นคนในครอบครัวนั้นมีการที่เรานั้นอบรมให้ความรู้  ช่วยขายของ ถึงแม้ว่าในช่วงแรกนั้นอาจที่จะโตช้า เพราะเราไม่ได้โหนกระแส แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเดินด้วยตัวเองได้ ธุรกิจไปได้อย่างยั่งยืน    

 

ธุรกิจขายส่ง  หลายๆคนนั้นมีความแตกต่าง  ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจการที่เรานั้นจำหน่ายนั้นจะให้มองนั้นก็เหมือนกับการที่เราคร้ายๆกันเพราะว่าลูกค้าที่มาจากจากที่เรานั้นส่งไป ก็ไปขายปลีก  มีการจูงใจด้วยโปรโมชั่น ต่างๆ

 

ธุรกิจเปิดหน้าร้านขายปลีก  การที่เรานั้นทำธุรกิจให้อยู่ในขั้นตอนและอาจจะต้องใช้เวลาในการที่เรานั้นเตรียมการณ์นานมาก   การที่เรานั้นขยายสาขา แรกสู่ สาขาที่สอง เรานั้นอาจจะใช้เวลาเป็นสิบปี  

 

ธุรกิจการขับรถแท็กซี่

แนะนำธุรกิจการขับรถแท็กซี่ โดยมีดังนี้

การขับรถแท็กซี่ถือว่าเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งที่ประชาชนทุกคนสามารถทำได้เพียงแค่ไปสอบใบขับขี่สาธารณะของการขับรถแท็กซี่และมีรถยนต์ส่วนตัวสำหรับนำมาทำเป็นแท็กซี่ก็สามารถออกมาขับแท็กซี่บนท้องถนนได้แล้วหรือหากใครที่ไม่มีรถเป็นของตัวเองปัจจุบันก็มีร้านที่ให้เช่าแท็กซี่เป็นจำนวนมากเปิดให้ผู้คนได้มาเช่าเพื่อเอารถแท็กซี่ไปขับซึ่งค่าเช่าก็จะคิดเป็นรายวันหลายคนมีรายได้จากการขับรถแท็กซี่

 

ซึ่งเคยได้สอบถามเกี่ยวกับคนขับรถแท็กซี่ถึงรายได้ต่อเดือนซึ่งหลายคนบอกว่ารายได้ต่อเดือนถ้าขยันขับรถแท็กซี่ทุกวันก็จะมีรายได้ 30,000ถึง 50,000บาทเลยก็มีซึ่งถือว่าในสมัยก่อนธุรกิจการขับรถแท็กซี่ถือว่าดีมากๆแต่ในปัจจุบันธุรกิจกันขับรถแท็กซี่รายได้ค่อนข้าง ลดลงเพราะว่าปัจจุบันมีคู่แข่งของรถแท็กซี่เกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรถเช่าธุรกิจรถ Uber 

 

ซึ่งถือว่าให้บริการดีกว่าการนั่งรถแท็กซี่มากนัก

เพราะในสมัยก่อนคนขับรถแท็กซี่ค่อนข้างที่จะเลือกลูกค้าเลือกที่จะขึ้นรถเพราะเห็นว่ายังไงผู้โดยสารก็ต้องรอแท็กซี่อยู่แล้วแต่ตอนนี้ผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้นจึงทำให้แท็กซี่มีรายได้ลดลงกว่าเดิมมากนักจนปัจจุบันมักจะมีข่าวว่าแท็กซี่ทะเลาะกับรถ Uber เพราะยังผู้โดยสารกัน ซึ่งคนประชาชนส่วนใหญ่ปัจจุบันตอนนี้มักไม่ชอบคนขับรถแท็กซี่เนื่องจากเคยพบปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสารบ่อยและที่สำคัญคิดค่าบริการแพงโดยไม่ยอมกดมิเตอร์เมื่อเปรียบเทียบกับการนั่งรถโดยสาร Uber แล้วค่ารถโดยสาร Uber ถูกกว่าเยอะและบริการก็ดีกว่ามากดังนั้นจะเห็นได้ว่าธุรกิจแท็กซี่ตอนนี้ค่อนข้างซบเซาเป็นอย่างมาก 

 

ซึ่งหากต้องการให้ธุรกิจแท็กซี่มีรายได้มากขึ้นจะต้องมีการปรับปรุงการให้บริการค่อนข้างมากทั้งเรื่องที่การปฏิเสธผู้โดยสารซึ่งส่วนใหญ่แท็กซี่จะค่อนข้างทำเยอะเพราะหากบริษัทไปไกลหรือไปในเส้นทางที่มีรถติดแท็กซี่ส่วนใหญ่จะไม่รับผู้โดยสารขึ้นรถเลยประกันอีกสำคัญแท็กซี่ปัจจุบันค่อนข้างมีคนที่เคยก่ออาชญากรรมหรือกลุ่มคนที่มีปัญหาทางจิตมาขับกันเยอะผมไม่ได้มีการตรวจสอบสุขภาพจิตของคนแท็กซี่มาก่อนทำให้บางครั้งเวลาที่ผู้หญิงขึ้นรถมักจะเจอแท็กซี่โลกเจ็บพูดจาลวนลาม

 

หรือผู้โดยสารบางคนถูกแท็กซี่พาไปฆ่าชิงทรัพย์แล้วตำรวจตามจับไม่ได้นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนส่วนใหญ่เริ่มที่จะปฏิเสธการขึ้นรถแท็กซี่แล้วหันมาใช้บริการรถ Uber แทนซึ่งถ้าหากเราอยากให้ธุรกิจแท็กซี่ยังคงอยู่ต่อไปและยังสามารถสร้างรายได้ให้กับคนขับรถแท็กซี่ก็ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงเลขมีการคัดกรองคนขับรถแท็กซี่ให้มากกว่านี้เพื่อให้ประชาชนที่นั่งรถรู้สึกมั่นใจถึงความปลอดภัยได้