ในปี 65 ประเทศเกาหลีใต้คาดว่าจะมีการปรับตัวของ GDP เพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.1

     ประเทศเกาหลีใต้ก็ปรับประมาณการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศในปี 2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากเห็นสัญญาณการเพิ่มขึ้นของการบริโภคภายในประเทศ  ในปี 65 ประเทศเกาหลีใต้  แต่ว่าปัจจัยเรื่องของ covid-19 รวมถึงเรื่องห่วงโซ่อุปทานก็ยังเป็นเรื่องที่เกาหลีใต้เขาก็ไม่วางใจ เรื่องนี้ทางการของเกาหลีใต้ก็ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจปี 2565

         เดิมเคยมองว่าน่าจะโตประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์  ตอนนี้ขยับเพิ่มไปเป็น 4.2 เปอร์เซ็นต์แต่ว่าปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาเล็กน้อยนะครับเกาหลีใต้ถือว่าในช่วงที่ผ่านมาเจอกับมรสุมอยู่พอสมควรหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิต 19 และต้องปิดเมืองอยู่หลายครั้งแต่ตอนนี้ภาคการส่งออกของเกาหลีใต้ก็เติบโตได้ค่อนข้างดี

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์นะครับคุณผู้ชมครับถ้าไปไล่เรียงจากตัวเลขของทางเกาหลีใต้กันก่อนโดยที่ปีนี้เดิมคาดการณ์แบบนี้ว่าจะสามารถขยายตัวได้ 4 ถึง 4.2 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ส่วนปีหน้าจะปรับการขยายตัวจากเดิมขอแก้ไขตัวเลขจากเดิมว่า 3% ไปเป็น 3.1 เปอร์เซ็นต์ซึ่งการบริโภคภายในประเทศอย่างเป็นเรื่องหลักและที่สำคัญเกาหลีใต้ก็ยังมีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่องแล้วก็เร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

          ดังนั้นตัวเลขนี้ถือว่าขยายมากที่สุดในรอบ 11 ปีซึ่งทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้บอกว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งชัดเจนครับในปี 2565 การกลับสู่ภาวะปกติทางเศรษฐกิจจะเร่งตัวขึ้นเนื่องจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกที่ขยายตัวโดยกระทรวงการคลังภาคการว่าการบริโภคภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น 3.8% ในปีหน้าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 2% ครับทำสถิติสูงกว่า 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐหลังจากการส่งออกปีนี้เกาหลีใต้ขยายตัวค่อนข้างดี มากกว่า 25% เป็นการฟื้นตัวที่ค่อนข้างแข็งแรงทีเดียว

       และถ้าไปดูความต้องการในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ตลาดทิพย์นี่แหละครับเพิ่มขึ้น  ufabet เว็บแม่    รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เกาหลีใต้ผลิตก็เป็นที่ต้องการครับส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโอไมครอน  ปัญหาการหยุดชะงักของส่งพ่อห่วงโซ่อุปทาน  ทั่งนี้รวมไปถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกับการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีใต้งบประมาณภาครัฐ  

         รัฐบาลมีแผนจะใช้จ่าย 63% ของปีงบประมาณหรือ 700 ล้านล้านวอนตีเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือก็คือมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในครึ่งปี 2565 แม้ว่าจะวางแผนจะยกเลิกมาตรการสนับสนุนทางการเงินที่ใช้ในช่วงวิกฤตอาการ covid-19 แล้วก็ตามทั้งนี้นี่ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญของเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้ค้าของอาเซียนของเราด้วย

ถนนข้าวสารเริ่มกลับมาคึกคักฟื้นคืนชีพผู้ประกอบการเริ่มยิ้มร่านักท่องเที่ยวเริ่มเยอะขึ้น 

   ถนนข้าวสารแหล่งรวมร้านนั่งกินดื่มใจกลางกรุงเทพฯอยู่ในสภาพค่อยๆฟื้นตัวและกลับมาก็คืนอีกครั้งหลังการเปิดประเทศผ่านไป 1 เดือนการฟื้นคืนชีพของถนนข้าวสารครั้งนี้มาพร้อมกับการปรับตัวภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเวลาที่กำหนดให้ขายแอลกอฮอล์ได้ไม่เกินเวลา 21:00 น และปิดร้านไม่เกิน 23:00 น  ถนนข้าวสารเริ่มกลับมาคึกคัก

         ผู้ประกอบการมองว่ายังไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าโดยผู้ประกอบการรายหนึ่งได้มีการเล่าว่าลูกค้ามีเข้ามาเที่ยวที่ถนนข้าวสารกันเป็นระยะระยะแต่ในตอนนี้นั้นจำนวนลูกค้าที่มาเที่ยวยังค่อนข้างน้อยโดยส่วนใหญ่แล้ว

ลูกค้าจะค่อนข้างเข้ามาเที่ยวค่อนข้างดึกซึ่งเป็นช่วงที่ทางร้านจะปิดให้บริการแล้วทำให้ถึงแม้ว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวถนนข้าวสารคึกคักแต่สำหรับผู้ประกอบการแล้วก็ยังถือว่ายอดรายได้นั้นยังไม่เท่าเดิมมากนักส่วนสาเหตุที่ผู้ประกอบการร้านค้าในถนนข้าวสารต่างก็พากันปิดร้านเร็วเนื่องจากว่าเป็นนโยบายป้องกันอย่างเข้มงวดของทางกรุงเทพฯที่ต้องการควบคุมการเปิดร้านการให้บริการเกี่ยวกับเรื่องของแอลกอฮอล์

  โดยถ้าหากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ถนนข้าวสารส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมาฟังเพลงและมาดื่มเครื่องดื่มของแค่21:00 น เท่านั้น  นอกนั้นนักท่องเที่ยวสั่งอาหารรับประทาน หรือจะสั่งเครื่องดื่มอื่นๆได้แต่ยกเว้นเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ที่จะต้องถูกห้ามขายทันทีหลัง 21:00 น ไปแล้วและนักท่องเที่ยวก็จะสามารถนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆจนถึง 23:00 น ทางร้านก็จะปิดการให้บริการซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วมากเพราะโดยปกติแล้วถนนข้าวสารนั้นจะปิดกันอยู่ที่ประมาณ 2:00 น 3:00 น กันเลยทีเดียว

        ผู้ประกอบการของถนนข้าวสารยอมรับว่าการจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านมาส่งผลต่อรายได้อย่างมากเมื่อรัฐบาลมีมติให้ผ่อนคลายมาตรการในร้านอาหารสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้จนถึง 23:00 น โดยเริ่มวันที่ 1 ธันวาคมนี้จึงไม่ต่างกับแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ช่วยให้สถานการณ์ของพวกเขาดีขึ้น

      รัฐบาลประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวหรือพื้นที่สีฟ้าส่งผลให้คณะกรรมการโรคติดต่อครมได้มีมติผ่อนคลายมาตรการเปิดร้านอาหารสามารถให้บริการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 23:00 น ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ตามประกาศของกรุงเทพฯ  

        สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในช่วงเทศกาลวันปีใหม่นี้ทางร้านยังจะยังคงเปิดให้บริการร้านได้ตามปกติและอาจจะสามารถกลับมาเปิดตามเวลาปกติที่เคยทำมาซึ่งถ้าหากว่ารัฐบาลยอมที่จะให้ยืดระยะเวลาการปิดร้านได้ช้าลงก็จะทำให้ผู้ประกอบการนั้นมีรายได้เพิ่มมากขึ้นหรือถ้าหากเป็นไปได้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามเหมือนเดิมก็จะทำให้ผู้ประกอบการนั้นกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้นได้อย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

ประเทศจีนเริ่มรุกสัมพันธไมตรีกับคู่ค้าระหว่างประเทศ

หลังจากที่ประเทศจีนกลายเป็นจำเลยทางสังคมกับกรณีต้นตอของการแพร่ระบาดไข้ไวรัสโควิด19 นั้น จนทำให้หลายๆชาติโดยการนำของประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มมีท่าทีในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนไป โดยก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤติเรื่องไข้ระบาดนี้นั้น คู่ค้าระหว่างประเทศของประเทศจีน ก็เคยมีออกมาบ่นๆ หรือเรียกร้องเกี่ยวกับการเจรจาการทำการค้ากับประเทศจีนที่ค่อนข้างจะโดนเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา

แต่ถึงกระนั้นแต่ละประเทศก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เพราะสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ทั่วโลกนั้น โดยมากจะมีแหล่งผลิตมาจากประเทศจีนทั้งนั้น จึงทำแต่ละประเทศไม่กล้าที่จะปริปากพูดอะไรไปได้มากกว่านี้ จนเหตุการณ์ภาวะวิกฤติไข้โควิด ที่ดูเหมือนจะมีต้นตอมาจากประเทศจีน ตามที่ทางประเทศอเมริกาได้ออกมาโจมตีในเรื่องนี้

ซึ่งจุดอ่อนและความละเอียดอ่อนนี้เริ่มทำให้มีการแบ่งแยกทางการค้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยกลุ่มพวกอียูที่มีสมาชิกเป็นกลุ่มประเทศยุโรป เริ่มออกมามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าให้ออกมารณรงค์สร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศตัวเองโดยเริ่มที่ลดบทบาทการพึ่งพาของประเทศจีนให้น้อยลงและแสวงหาแหล่งผลิตรายใหม่ที่ตอนนี้หลายๆประเทศเริ่มหันไปมองที่ประเทศเวียดนามมากขึ้น

จึงทำให้ประเทศจีนเริ่มที่จะอยู่เฉยไม่ได้และพยายามที่จะรื้อฟื้นธุรกิจระหว่างกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียนมาหรือประเทศสิงค์โปร์ โดยสำหรับประเทศเมียนมา นั้นทั้งสองประเทศกำลังสร้างชุมชมจีน-เมียนมาที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อที่จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ทวิภาคีบทใหม่ และเริ่มที่จะมีการทำข้อตกลงกันในหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง การค้าและการลงทุนการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

เพื่อที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้นต่อไป ส่วนประเทศจีนกับประเทศกัมพูชา ก็จับมือกันโดยออกมาแถลงการณ์ความไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศอเมริกามาใช้การแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 มาเล่นการเมืองหรือสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศคู่ค้าของประเทศจีน จึงมีการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสามัคคีและรับมือกับโควิด19 นี้ด้วยกัน ส่วนประเทศจีนกับสิงค์โปร ก็มีการทำข้อตกลงเรื่องของการอนุญาติให้นักธุรกิจของทั้งสองประเทศและข้าราชการเดินทางเข้าไประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวนาน เพื่อช่วยลดขั้นตอนและการเสียเวลาในการเจรจาธุรกิจของระหว่างทั้งสองประเทศ

คราวนี้คงต้องมาดูกันว่า ประเทศจีนจะสามารถพลิกวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นจากการถูกโจมตีให้เป็นแพะรับบาปของการพังพินาศเศรษฐกิจโลกได้หรือไม่

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่